fangun7day

พามาทำความรู้จัก ประเภทของกาแฟ ที่หลายคนแยกไม่ออก!!

หากจะพูดถึง “กาแฟ” เชื่อว่าจะต้องเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่ทราบกันดีถึงสรรพคุณของกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้น ให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แก้อาการง่วงซึมโดยเฉพาะชาวออฟฟิศ ที่ต้องทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ แล้ว การดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม ยังช่วยชะลออาการเสื่อมโทรมของร่างกายได้อีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่ากาแฟนั้น มีหลากหลายประเภทมาก ซึ่งแต่ละประเภทก็มีกรรมวิธีการชง และส่วนผสมที่แตกต่างกันด้วย วันนี้เราเลยจะพาทุกคน ไปทำความรู้จักกับ ประเภทของกาแฟ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

พามาทำความรู้จัก ประเภทของกาแฟ ที่หลายคนแยกไม่ออก!!

  • กาแฟดำ
กาแฟดำ

ชงด้วยวิธีการหยดน้ำ อาจเป็นแบบให้น้ำซึมหรือแบบเฟรนช์เพรส เสิร์ฟโดยไม่ใส่นม อาจเติมน้ำตาลได้ ผู้คนมักเข้าใจผิดว่ากาแฟดำกับเอสเพรสโซเป็นอย่างเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วกาแฟทั้งสองชนิดมีข้อแตกต่างกันหลายข้อ ข้อที่สำคัญคือ ถ้วยเสิร์ฟของเอสเพรสโซมีขนาดเล็กกว่า เพราะนิยมดื่มให้หมดในอึกเดียว ปกติแล้วเอสเพรสโซจะไม่ใส่น้ำตาลหรือนม และคนไม่นิยม เอสเพรสโซที่ชงถูกวิธีจะต้องมีฟองสีทองลอยอยู่ด้านบน รสชาติของเอสเพรสโซจะติดปากหลังจากดื่มนานกว่า (15 – 30 นาที) 

  • เอสเพรสโซ
เอสเพรสโซ

คือกาแฟที่มีรสแก่และเข้ม ซึ่งมีวิธีการชงโดยใช้แรงอัดไอน้ำ หรือน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟคั่วที่บดละเอียด ที่มาของชื่อเอสเพรสโซ มาจากคำภาษาอิตาลี “espresso” แปลว่า เร่งด่วน เอสเพรสโซเป็นกาแฟที่นิยมมากที่สุดในแถบประเทศยุโรปตอนใต้ โดยเฉพาะประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส การสั่งกาแฟ “caffe” ในร้านโดยทั่วไปก็คือสั่งเอสเพรสโซ ด้วยวิธีการชงแบบใช้แรงอัด ทำให้เอสเพรสโซมีรสชาติกาแฟซึ่งเข้มข้นและหนักแน่น ต่างจากกาแฟทั่ว ๆ ไปซึ่งชงแบบผ่านน้ำหยด และเพราะรสชาติเข้มข้นและหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง ทำให้คอกาแฟดื่มเอสเพรสโซโดยไม่ปรุงด้วยน้ำตาลหรือนม และมักจะเสิร์ฟเป็นชอต (แก้วแบบจอก) เพื่อให้ปริมาณไม่มากจนเกินไป (ประมาณ 1 – 2 ออนซ์ หรือ 30 – 60มิลลิลิตร แตกต่างตามพฤติกรรมการดื่มของแต่ละประเทศ)

  • คาปูชิโน
คาปูชิโน

เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มประเภทกาแฟซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี คาปูชิโนมีส่วนประกอบหลักคือ เอสเพรสโซ และ นม การชงคาปูชิโนโดยส่วนใหญ่มักมีอัตราส่วนของเอสเพรสโซ 1/3 ส่วน ผสมกับนมสตีม (นมร้อนผ่านไอน้ำ) 1/3 ส่วน และนมตีเป็นโฟมละเอียด 1/3 ส่วนลอยอยู่ด้านบน นอกจากนั้นอาจโรยหน้าด้วยผงซินนามอน หรือ ผงโกโก้เล็กน้อยตามความชอบ ส่วนผสมของคาปูชิโนต่างจากของลาเต้ มาเกียโต้ (latte macchiato) ซึ่งประกอบไปด้วยนมเป็นส่วนใหญ่และนมตีโฟมเพียงเล็กน้อย ในประเทศอิตาลี ผู้คนมักดื่มคาปูชิโนเป็นอาหารเช้าโดยเฉพาะ โดยอาจมีขนมปังแผ่นหรือคุกกี้ประกอบ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าวิถีชีวิตของชาวอิตาลีมักไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้าแบบเป็นกิจลักษณะ คาปูชิโนและขนมปังเบา ๆ จึงเหมาะเป็นอาหารรองท้องสำหรับยามเช้า และด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่ดื่มคาปูชิโนในช่วงอื่นของวัน แต่สำหรับต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย การดื่มคาปูชิโน ดื่มได้ทุกเวลาโดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก

  • ลาเต้
ประเภทของกาแฟ

 เป็นภาษาอิตาลีแปลว่านม ส่วนในประเทศอื่น จะหมายถึง กาแฟลาเต้ หรือเครื่องดื่มกาแฟที่เตรียมด้วยนมร้อน โดยการเทเอสเพรสโซ 1/3 ส่วน และนมร้อนอีก 2/3 ส่วน ลงในถ้วยพร้อม ๆ กัน และจะหยอดโฟมนมหนาประมาณ 1 ซม. ทับข้างบน ในประเทศอิตาลี กาแฟลาเต้นี้รู้จักกันในชื่อของ “caffe e latte” ซึ่งหมายถึงกาแฟกับนม ซึ่งใกล้เคียงกับในภาษาฝรั่งเศส คำว่า “cafe au lait” กาแฟลาเต้เริ่มเป็นที่นิยมนอกประเทศอิตาลีในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ในการชงกาแฟลาเต้ บาริสต้า (หรือผู้ชงกาแฟที่ชำนาญงาน) จะใช้วิธีขยับข้อมือเล็กน้อยขณะที่รินนมและโฟมนมลงบนกาแฟ ทำให้เกิดลวดลายต่าง ๆ เรียกว่า ลาเต้อาร์ต (latte art) หรือศิลปะฟองนมในถ้วยกาแฟ 

  • มอคค่า
ประเภทของกาแฟ

ในนี้หมายถึงกาแฟมอคค่า เป็นกาแฟอาราบิก้าชนิดหนึ่ง ซึ่งปลูกอยู่บริเวณท่าเรือมอคค่าในประเทศเยเมน กาแฟมอคค่ามีสีและกลิ่นคล้ายชอคโกแลต (แม้ว่าจะไม่มีส่วนประกอบของชอคโกแลตในมอคค่าเลยก็ตาม) อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้กาแฟมอคค่าเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้มอคค่ายังหมายถึงเครื่องดื่มกาแฟซึ่งมี เอสเพรสโซ่และโกโก้ เป็นส่วนประกอบ เสิร์ฟทั้งแบบร้อนและแบบเย็นใส่น้ำแข็ง 

  • อเมริกาโน่
ประเภทของกาแฟ

คือเครื่องดื่มกาแฟชนิดหนึ่ง ซึ่งมีวิธีการชงโดยเติมน้ำร้อนผสมลงไปในเอสเพรสโซ การเจือจางเอสเพรสโซซึ่งเป็นกาแฟเข้มข้นด้วยน้ำร้อน ทำให้อเมริกาโน่มีความแก่พอ ๆ กับกาแฟธรรมดา แต่มีกลิ่นและรสชาติที่เข้มอันมาจากเอสเพรสโซ อเมริกาโน่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟดำ แต่ไม่แก่และหนักถึงขั้นเอสเพรสโซ คอกาแฟส่วนใหญ่นิยมดื่มอเมริกาโนโดยไม่ปรุงด้วยนมหรือน้ำตาล เพื่อดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟของอเมริกาโน่ซึ่งแตกต่างจากกาแฟธรรมดา สำหรับที่มาของชื่ออเมริกาโน่ซึ่งหมายถึงสหรัฐอเมริกานั้น ว่ากันว่าเอสเพรสโซเพียว ๆ นั้น เข้มข้นเกินไปสำหรับคอกาแฟชาวอเมริกา จึงมีการเสิร์ฟกาแฟเอสเพรสโซซึ่งทำให้เจือจางด้วยน้ำร้อน แม้ที่มาของชื่อจะหมายถึงกาแฟสไตล์อเมริกา แต่อเมริกาโน่ก็มิได้เป็นกาแฟที่ชาวอเมริกานิยมดื่ม จนกระทั่งยุครุ่งเรืองของร้านกาแฟแฟรนไชส์ สตาร์บัคส์ ในปี พ.ศ. 2533 แต่ถึงกระนั้นอเมริกาโน่ก็ไม่จัดเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมมากนัก

  • กาแฟขาว
ประเภทของกาแฟ

เป็นชาสมุนไพรชนิดหนึ่ง ค้นพบที่เมืองเบรุต นิยมดื่มกันมากในประเทศเลบานอนและซีเรีย และนิยมทานคู่กับ ขนมหวาน ในประเทศทางยุโรปบางประเทศ จะกล่าวถึง ไวต์คอฟฟี่ (white coffee) ในลักษณะของกาแฟใส่นม ในขณะเดียวกันไวต์คอฟฟี่ในสหรัฐอเมริกาจะหมายถึง กาแฟที่กลั่นไว้นานจนมีสีคล้ายกับสีเหลือง 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับประเภทของกาแฟที่เราได้นำมาฝากวันนี้ เห็นไหมล่ะคะว่าถึงแม้จะเป็นกาแฟเหมือนกัน แต่ก็มีลักษณะความโดดเด่นเฉพาะตัวไม่เหมือนกันเลย และถึงแม้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์ต่อร่างกายเพียงใด แต่ถ้าดื่มเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้นไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว เพราะนอกจากจะไม่เป็นประโยชน์แล้ว ยังก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายอีกด้วย และครั้งหน้าเราจะนำเรื่องอะไรมาฝากอีกนั้น ห้ามพลาดเลยนะคะ

ทำอย่างไรให้ ผิวหน้าของเรานั้นดูอ่อนเยาว์ ปราศจากปัญหาผิวหน้าที่กวนใจ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดู รวม 5 วิธีลด “ฝ้า กระ จุดด่างดำ” เพื่อผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ไปดูกันเลยค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม มหัศจรรย์ 6 น้ำสมุนไพรไทย ที่ช่วยต้านความดันโลหิตสูงได้