fangun7day

เปิดกรุเทียนหอม 5 แบรนด์ ที่คุณสาว ๆ ไม่ควรพลาด!!

หากจะพูดถึง “เทียนหอม” เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงต้องมีติดบ้านไว้อย่างแน่นอน เพราะเจ้าเทียนหอมสามารถเปลี่ยนห้องสี่เหลี่ยมที่แสนจะน่าเบื่อให้มีสีสันขึ้นมาได้ และยิ่งเวลาที่เราจุดเทียนหอมแบบนี้ทิ้งไว้สักครู่ กลิ่นหอม ๆ อโรมาก็จะลอยฟุ้งออกมาช่วยสร้างบรรยากาศในบ้าน หรือแม้แต่ในห้องของเราให้น่าอยู่ขึ้นได้ วันนี้เราจึงได้ เปิดกรุเทียนหอม 5 แบรนด์ ต่าง ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน โดยจะมีตัวไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลยค่ะ

เปิดกรุเทียนหอม 5 แบรนด์ ที่คุณสาว ๆ ไม่ควรพลาด!!

1. Panpuri

แบรนด์ความงามและไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ปัจจุบันมีทั้งหมด 40 สาขาในประเทศไทย และ 20 สาขาทั่วโลก ซึ่งเติบโตด้วยหัวใจหลักที่ต้องการสนับสนุน ให้ทุกคนมีวิถีชีวิตอันสมดุลและสุขภาพที่ดี สินค้าทั้งหมดจึงทำมาจากส่วนผสมออร์แกนิก และไม่มีสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่าง ๆ แบ่งเป็นแฮร์แคร์ สกินแคร์ บอดี้แคร์ และเครื่องหอมตกแต่งบ้าน

เช่น เทียนหอม ก้านไม้หอม เครื่องดิฟฟิวเซอร์ น้ำมันหอมระเหย สเปรย์ปรับอากาศ เป็นต้น เทียนหอมของ Punpuri ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมอย่างการเทเทียนด้วยมือ ลงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นแก้วเป่าดีไซน์สวยงาม ทุกกลิ่นค่อนข้างซับซ้อนแต่ผ่อนคลาย และมีเรื่องราวเบื้องหลังที่เป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์กลิ่นต่าง ๆ

อธิบายไว้บนเว็บไซต์อย่างชัดเจน เทียนแบ่งเป็น Perfume Candle และ Ambiance Candle ซึ่งผลิตออกมาทั้งหมด 2 ขนาด ได้แก่ 50 กรัม ราคา 890 บาท และ 260 กรัม ราคา 1,750 – 2,150 บาท ไซส์ปกติสามารถใช้งานได้ตั้งแต่ 60 – 90 ชั่วโมง แตกต่างกันไปตามกลิ่น กลิ่นที่แนะนำก็จะเป็น Andaman Sails, Slice of Cake, Leather Hours และ Red Moon

Panpuri

2. Fornasetti

Fornasetti จากประเทศอิตาลี ถือเป็นแบรนด์ของแต่งบ้านที่ก่อตั้งโดย Piero Fornasetti ศิลปินและดีไซเนอร์ที่มีความโดดเด่นทางด้านศิลปะหลายๆ ด้าน โดย Fornasetti นั้นจะมีลายเอกลักษณ์คือใบหน้าของหญิงสาวที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของแบรนด์ และมีการแสดงออกทางสีหน้าต่าง ๆ กันไปค่ะ

ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้มีให้เลือกมาประดับตกแต่งบ้านกันมากมายเลย ทั้งจานเซรามิก แก้ว กาน้ำชา และรวมไปถึงเครื่องหอมอย่างเทียนหอมด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งขวดเทียนหอมของ Fornasetti นั้นมีเอกลักษณ์ด้วยสีสันและลวดลายที่โดดเด่นจัดจ้านมากและเมื่อจุดเทียนจนหมดแล้วเราก็ยังสามารถเก็บขวดเทียนนี้ไว้ใช้งานต่อได้อีกค่ะ ลักษณะเด่นและถือเป็นเอกลักษณ์ของเทียนหอมแบรนด์นี้เลย

ก็คือฝาปิดขวดเทียนที่มีลักษณะคล้าย ๆ ยอดโดมค่ะ ส่วนด้านขวดเทียนนั้นจะเป็นลายจัดจ้านตามสไตล์อิตาเลียน และแน่นอนว่าต้องมีหน้าของหญิงสาวไว้ให้เราได้เห็นกันด้วย ภาพรวมของ Ortensia Floral Candle จะออกแนวกลิ่นของหมู่มวลดอกไม้ค่ะ ให้ความรู้สึกรื่นรมย์ และผ่อนคลายได้ดีเลยทีเดียว และสามารถจุดได้นานถึง 240 ชั่วโมงเลยล่ะค่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 7,100 บาทค่ะ

Fornasetti

3. Bath & Body Works

แบรนด์เครื่องหอมยักษ์ใหญ่จากอเมริกาที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกช็อปหลายชนิดมาก แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้กับร่างกายและใช้ในบ้าน เช่น สบู่อาบน้ำ โลชั่น น้ำมันนวดผิวกาย บอดี้สเปรย์ น้ำหอม เจลล้างมือ เทียนหอม น้ำหอมปรับอากาศ ฯลฯ

ที่มาพร้อมคุณภาพ ดีไซน์น่ารักทันสมัย และราคาจับต้องได้ เทียนหอมของ Bath & Body Works ทำจากไขถั่วเหลืองและน้ำมันหอมระเหย มีทั้งหมด 2 ไซส์ด้วยกัน คือ Single Wick Candle เทียนขนาดเล็กที่มีไส้เทียน 1 เส้น และ 3-Wick Candle เทียนขนาดใหญ่ที่มีไส้เทียน 3 เส้น (411 กรัม) ซึ่งมีมากกว่า 50 กลิ่นให้เลือกตามใจชอบ

ตั้งแต่กลิ่นขนมหวานนานาชนิด ดอกไม้และผลไม้อันสดชื่น ไปจนถึงกลิ่นที่ชวนหวนนึกถึงซัมเมอร์ที่สดใส สามารถจุดได้นานประมาณ 25-45 ชั่วโมง กลิ่นแนะนำก็จะเป็น Aromatherapy – Eucalyptus Spearmint, Champagne Toast, Endless Weekend และ Butterscotch Toffee

Bath & Body Works

4. Diptyque

Diptyque เป็นแบรนด์เครื่องหอมลักชัวรี่จากฝรั่งเศส โดดเด่นในเรื่องกลิ่นหอมที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สินค้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือกลุ่มน้ำหอมและเทียนหอม ที่มีแพ็กเกจสุดเรียบ แต่ก็โมเดิร์นในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะซื้อใช้เองหรือให้เป็นของขวัญคนใกล้ชิดก็ดูดีไม่น้อย

ความจริงแล้วเทียนหอมของแบรนด์มีราคาค่อนข้างสูง แต่ข้อดีคือมีหลายขนาดให้เลือกซื้อ ตั้งแต่ 70 – 1,500 กรัม หมายความว่าใครที่อยากลองใช้เทียนระดับไฮเอนด์ แต่ไม่อยากเสียเงินครั้งละหลายพันบาท ก็สามารถเทสต์กลิ่นของเทียนขนาดเล็กสุดก่อนได้ เพราะมีราคาอยู่ที่ 1,280 บาทเท่านั้น โดยเทียนหอมไซส์ 70 กรัม ที่วางขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

มีทั้งหมด 5 กลิ่นด้วยกันคือ Wood Fire, Fig Tree, Mimosa, Pomander และ Tuberose ซึ่งมีแพ็กเกจที่ค่อนข้างคลาสสิกและคลึงกันทั้งหมด ต่างกันที่การออกแบบฟอนต์ชื่อเทียนและดีไซน์กล่องสุดน่ารักเท่านั้น หากใช้เทียนหอมถูกวิธี ก็สามารถยืดอายุการใช้งานได้นานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Diptyque

5. Huxley

แบรนด์ความงามร่วมสมัยจากเกาหลีใต้ ที่ครองใจสาวไทยด้วยดีไซน์สุดมินิมอลและความแปลกใหม่ของส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ โดย Huxley ใช้น้ำมันสกัดธรรมชาติจากต้นกระบองเพชรพริคลีย์แพร์ (Prickly Pear) ที่เติบโตในทะเลทรายบริเวณตอนเหนือของทวีปแอฟริกา มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ใส่ในทุกโปรดักต์

ไม่ว่าจะเป็นครีมอาบน้ำ โลชั่น แฮนด์ครีม เซรั่ม ครีมกันแดด โทนเนอร์ คูชั่น และอีกมากมาย เทียนก็เป็นหนึ่งสินค้าที่บรรจุกลิ่นหอมซิกเนเจอร์ของแบรนด์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม โดยผลิตออกมาเพียงกลิ่นเดียวเท่านั้น ชื่อว่า Moroccan Gardener เป็นกลิ่นสดชื่นที่ทำให้นึกถึงน้ำค้างเย็นบนยอดหญ้า แซมด้วยกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ จากมะลิ กุหลาบ ลิลลี่ และพุดซ้อน เนื้อเทียนทำมาจากไขถั่วเหลืองร้อยเปอร์เซ็นต์ มาพร้อมแพ็กเกจเรียบหรูทันสมัย

Huxley

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับเทียนหอมทั้ง 5 แบรนด์ที่เรานำมาให้เพื่อน ๆ ชมกัน บอกเลยว่าใครที่ยังไม่เคยใช้เจ้าเทียนหอม ควรจะหามาลองมาก ๆ เพราะมันสามารถช่วยผ่อนคลายอารมณ์เราได้ดีมาก ๆ และยิ่งใครที่เครียด ๆ หรือเหนื่อย ๆ จากเรื่องนอกบ้าน แค่กลับมาบ้านแล้วจุดเทียนหอมเหล่านี้ก็ช่วยปรับอารมณ์เราได้เป็นอย่างดี

บทความน่าสนใจกับ 8 ประเทศที่ถือเป็น Unseen ของ แสงออโรร่า และ 7 ข้อควรทำ หากท่านเป็นโรคเกลียดวันจันทร์!