fangun7day

คอกาแฟห้ามพลาด! “Decaf Coffee” กาแฟทางเลือกใหม่

ขณะนี้เทรนด์เครื่องดื่ม 0% อย่างแอลกอฮอล์ 0% หรือน้ำตาล 0% กำลังมาแรงในหมู่ของคนรักสุขภาพ ที่มีความอยากดื่มแต่ไม่อยากทำร้ายสุขภาพ โดยในปัจจุบันได้มีกาแฟไม่มีคาเฟอีน หรือ คาเฟอีน 0% ออกมาให้เพื่อน ๆ ได้ไปลิ้มลองกันแล้ว ซึ่งเจ้าสิ่งนั้นเรียกว่า “Decaf Coffee” และในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ Decaf Coffee กันค่ะ ว่าเจ้าสิ่งนี้จะมีรสชาติอย่างไร แตกต่างจากกาแฟปกติมากน้อยขนาดไหน แล้วส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

กาแฟ Decaf กาแฟทางเลือกของคนรักสุขภาพ

Decaf Coffee

Decaffeinated Coffee คือ ชื่อเรียกของกาแฟที่ผลิตจากเมล็ดกาแฟไร้คาเฟอีน เป็นกระบวนการสกัดเอาคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ ทำให้ปริมาณลดลงจนเหลืออยู่เพียงเล็กนอยเท่านั้น คือประมาณ 1- 3% เพราะฉะนั้นก็อย่าดิดว่ามันไร้คาเฟอีนซะทีเดียว แต่รสชาติและกลิ่นอาจจะรุนแรงขึ้นเล็กน้อย รวมถึงสีอาจจะเปลี่ยนไปด้วย ขึ้นอยู่กับวิธีการนำเอาไปใช้งาน โดยปกติแล้วกาแฟไม่มีคาเฟอีน มักจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ไม่ค่อยชอบรสขมและกลิ่นของกาแฟปกติ ซึ่งวิธีการในการสกัดคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟมีทั้งหมด 3 วิธีด้วยกันคือ การละลายเอาคาเฟอีนออกด้วยน้ำการละลายเอาคาเฟอีนด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ หรือด้วยคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งวิธีการต่าง ๆ ก็เป็นการพัฒนามาจากอดีตเรื่อย ๆ นั้นเอง

การสกัดเอาคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟถูกค้นพบด้วยความบังเอิญโดยพ่อค้ากาแฟชาวเยอรมัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1905 จนในปัจจุบันการสกัดคาเฟอีนสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดด้วยน้ำร้อน, การกำจัดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการกำจัดโดยการใช้ตัวทำละลาย เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะกำจัดคาเฟอีนด้วยวิธีไหน จะต้องทำตอนที่เมล็ดกาแฟยังดิบอยู่เท่านั้น

Decaf Coffee

ประโยชน์ของกาแฟ Decaf

แน่นอนว่าประโยชน์ของกาแฟ Decaf อย่างแรกคือเป็นกาแฟที่ช่วยบรรเทาอาการติดคาเฟอีน เพราะกลิ่นและรสชาติของกาแฟ Decaf ที่คล้ายคลึงกับกาแฟปกติ จะช่วยแก้อาการอยากกาแฟได้ สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเลิกกาแฟ อาจดื่มกาแฟ Decaf ควบคู่ไปกับการดื่มกาแฟแบบปกติ โดยค่อยๆ เพิ่มลดสัดส่วนอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยบรรเทาอาการติดกาแฟได้เร็วขึ้น

 นอกจากนั้นกาแฟ Decaf ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดระดับคอเรสเตอรอล และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ฤทธิ์ของกาแฟ Decaf ยังช่วยปกป้องเซลล์ประสาทในสมอง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน และที่สำคัญคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์แต่อยากดื่มกาแฟ ยังสามารถดื่มกาแฟ Decaf ทดแทนการดื่มกาแฟแบบปกติได้

โทษของกาแฟ Decaf

นอกจากจะต้องเตือนตัวเองว่ากาแฟดีแดฟไม่ช่วยทำให้แก้ง่วงอีกต่อไปได้แล้ว ในอดีตเคยมีงานวิจัยบอกว่าการดื่มกาแฟแบบดีแดฟนั้นมีอันตราย เพราะต้องผ่านกรมวิธีทางเคมี แต่ในภายหลังก็ได้มีอีกหลายงานวิจัยออกมาด้านว่าสามารถไม่ได้เช่นเดียวกัน แม้การดื่มกาแฟดีแคฟ อาจทำให้ได้รับประโยชน์น้อยกว่ากาแฟปกติ เพราะเป็นการสกัดเอาคาเฟอีนที่ช่วยในเรื่องปรับสมดุลด้นอารมณ์ กระตุ้นการเผาผลาญต่าง ๆ ออกไป จึงสามารถดื่มได้มากกกว่ากาแฟทั่วไป แต่อะไรที่มากไป มักไม่ใช่เรื่องดีเสมอ เพราะฉะนั้นดื่มกาแฟแต่พอดีกันนะคะ

Decaf Coffee

ข้อแตกต่างระหว่าง กาแฟไม่มีคาเฟอีน กับ กาแฟปกติ

จากการศึกษาในปี 2017 กาแฟไม่มีคาเฟอีน มีความคล้ายคลึงกับกาแฟปกติ แต่อาจจะมีคาเฟอีนอยู่น้อยหรือไม่มีเลย ในการนำคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ ผู้ผลิตจะนำเมล็ดกาแฟที่ยังไม่คั่วไปแช่หรืออบไอน้ำ ผสมผสานกับการสกัดด้วยสารเคมีชนิดอื่น ๆ เช่น

  • ผงถ่าน
  • คาร์บอนไดออกไซด์วิกฤตยิ่งยวด (Supercritical carbon dioxide)
  • เมธิลีนคลอไรด์ (Methylene chloride)
  • เอทิลอะซิเตท (Ethyl acetate)

การที่ผู้ผลิตใช้น้ำก็เนื่องจากคาเฟอีนเป็นสาราที่ละลายในน้ำได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้น้ำก็อาจจะลบสารประกอบอื่น ๆ เช่น โปรตีนและน้ำตาลที่อยู่ในเมล็ดกาแฟออกไปด้วย

นอกจากนั้นแล้ว การใช้สารเคมีเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการช่วยเร่งกระบวนการกำจัดกาเฟอีน ก็เนื่องจากเป็นการช่วยลดการสูญเสียสารประกอบที่ไม่ใช่คาเฟอีน และช่วยรักษารสชาติกาแฟเอาไว้ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง โดยจากการศึกษาในปี 2018 ชี้ให้เห็นว่า การกำจัดคาเฟอีนมักจะเกิดขึ้นก่อนการคั่ว

กาแฟไม่มีคาเฟอีนดีต่อสุขภาพจริงหรือ

จากการศึกษาของ ดร.แวน ดาม พบว่า กาแฟไม่มีคาเฟอีนมีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกับกาแฟที่มีคาเฟอีน กาแฟที่สกัดเอาคาเฟอีนออกจะมีโพลีฟีนอล (Polyphenols) คลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) และลิกแนน (Lignans) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากโพลีฟีนอลช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเสียหายที่เกิดจากสารอันตราย เช่น รังสีอัลตร้าไวโอเลต และเชื้อโรคบางชนิด นอกจากนั้นแล้วมันยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอื่น ๆ อีกด้วย

ดร.แวน ดาม ยังชี้ให้เห็นว่า กาแฟทั่วไปและกาแฟไม่มีคาเฟอีน ประกอบด้วยโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งแร่ธาตุ 2 ชนิดนี้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งความจริงแล้วร่างกายไม่สามารถทำงานได้หากปราศจากโพแทสเซียม ซึ่งใช้เพื่อทำให้กล้ามเนื้อทำงานอย่างถูกต้องและควบคุมระดับของเหลวในเลือดด้วย ส่วนแมกนีเซียมสามารถทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่การรับรู้ไปจนถึงการลดระดับคอร์ติซอล (Cortisol) นอกจากนั้นกาแฟไม่มีคาเฟอีน ยังมีวิตามินบี 3 และไตรกลีเซอไรด์ (Trigonelline) และจากการทดลองทั้งหมดเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกาแฟที่มีคาเฟอีนกับกาแฟไม่มีคาเฟอีน แสดงให้เห็นว่า ไม่มีผลกระทบต่อความเข้มข้นของคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย

จบกันไปแล้ว กับ  “Decaf Coffee” กาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ แต่จะให้เรียกว่าเป็นกาแฟไม่มีคาเฟอีนเลยก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะเมล็ดกาแฟที่ถูกนำไปสกัดเอาสารคาเฟอีนออกนั้น ยังคงมีคาเฟอีนหลงเหลืออยู่ประมาณ 3% แต่ก็มีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟทั่วไปถึง 10 เท่า ซึ่งการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนมากจนเกินไป จะส่งผลให้นอนไม่หลับ เกิดความวิตกกังวล กล้ามเนื้อและกระดูกเสียหาย ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายมีปัญหา เป็นต้น ถึงแม้ว่าการดื่มกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีนอาจไม่ทำร้ายสุขภาพมากนัก แต่การดื่มกาแฟในปริมาณที่มากจนเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ฉะนั้นเพื่อน ๆ ควรดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ควรบริโภคคาเฟอีนเกินวันละ 400 มิลลิกรัมกันนะคะ

สำหรับใครที่กำลังสนใจที่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ทางเราก็อยากจะแนะนำ 10 อาหารเพื่อสุขภาพ ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง

อ่านบทความเพิ่มเติม เปิดกรุเทียนหอม 5 แบรนด์ ที่คุณสาว ๆ ไม่ควรพลาด!!